Bjork / Meai

ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๑)

03:06 PM, Thursday 26 October 2006 .. 2 comments .. Link

หายหน้าหยตาไปนานเลยจากเที่ยวที่แล้วด้วยเหตุผลหลายประการ

ที่หนักที่สุดคงเป็นเพราะยุ่ง ชีพจรลงเท้าตลอด

แล้วยิ่งมีอะไรทำเยอะเรื่องเล่ามันก็ยิ่งเยอะตามจนไม่รู้จะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดยังไงดีที่จะไม่ให้งง

ชีพจรลงเท้าอันดับแรก คือย้ายบ้าน

ใช่แล้ว ย้ายบ้าน อีกแล้ว !!!

ตั้งแต่มาอยู่เราว่าเราย้ายบ้านบ่อยที่สุดเลยมั้ง นับๆดูช่วงเวลาสิบสามเดือนที่อยู่ๆมาเราต้องทำการขนย้ายไปทั้งหมดราวๆเจ็ดครั้งได้

ไม่ได้ย้ายเพราะชอบเก็บของหรือขนของแต่อย่างใด ที่จริงออกจะขี้เกียจด้วยซ้ำ แต่ก็มีเหตุให้ต้องย้ายอยู่ตลอด

ครั้งล่าสุดนี่เป็นการย้ายกลับมาจากเมืองบ้านนอก เพราะงานใกล้จะเสร็จแล้วเลยค่อยๆทะยอยย้ายกลับมาได้

แต่ด้วยความที่ไม่อยากอยู่ที่นั่นจัด บวกกับที่ได้อพาร์ทเมนท์จากพี่นักเรียนไทยอีกคนพอดี( ก็ไอ้ที่จะย้ายเข้ามาเมื่อนานมาแล้วนั้นแหละ)

ก็เลยย้ายมันซะให้จบๆไปในคราวเดียวซะเลย

ช่วงก่อนย้ายบ้านเลยต้องจัดการเคลียร์งานให้เรียบร้อยเป็นเหตุให้ไม่ได้อัพสเปซอีกเช่นกัน

แค่เคลียร์งานก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว ไม่เหลือแรงไว้อัพสเปซหรอกนะ ฮือๆ

วันแรกที่มาอยู่รู้สึกโหวงๆโล่งๆ เพราะเราเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนมาตลอด ความที่เคยอยู่ "บ้าน" แล้วต้องมาอยู่ "หอนักเรียน" มันก็แปลกๆดี

อีกอย่างตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านที่เราอยู่มาเป็นปีมาอยู่บ้านมุก แถมเวลาไปทำงานที่บ้านนอกแล้วเค้าก็ให้เราไปอยู่บ้านอีก แล้วก็ได้อยู่กับมุกอีก

พอมาอยู่หอคนเดียววันแรกที่ตื่นมา ก็งงๆกับชีวิตว่า "มุกหายไปไหนเนี่ย"

แต่พออยู่ๆไปก็เริ่มชินนะ ให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปอยู่ธรรมศาสตร์อีกครั้ง เพราะที่หอนี้ก็มีนักเรียนไทยอยู่พอสมควร

ตอนเย็นก็กินข้าวด้วยกัน กินเสร็จก็ไปนั่งเล่นเกมส์กัน เป็นอย่างนี้ทุกวันชนิดหนังสือหนังหาไม่ต้องแตะกันเลยทีเดียว

(ดีนะที่เราไม่ต้องเรียนแล้ว ใครที่ยังเรียนอยู่ก็รับกรรมไป ฮ่าๆๆ )

พูดเรื่องกินข้าวทำให้นึกถึงห้องครัวขึ้นมาได้

ครัวที่นี่เป็นครัวรวม หนึ่งห้องครัวเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ เป็นสมบัติของคนทั้ง corridor ปัญหาวุ่นวายจึงตามมา

เราเคยอยู่บ้านมาตลอด (ถ้าไม่นับที่หอธรรมศาสตร์ที่ไม่มีครัว)

จะทำอะไรก็เก็บจนสะอาด ขยะทิ้งวันต่อวัน ไม่มีพื้นเหนียวๆยกเท้าไม่ขึ้นมาให้กวนใจ

ตอนที่อยู่บ้านต้องมากินข้าวที่หอนี้ แต่เป็นที่ corridorอื่น ก็ดูจะโอเคดีนะ

ถึงแม้จะไม่ได้เรียกว่าสะอาดสุดๆเหมือนที่บ้านเพราะคนใช้กันเยอะ แต่ก็เรียกได้ว่าสะอาดหล่ะนะ

แต่ไม่รู้ว่าไปทำกรรมมาแต่ชาติปางไหน...

ที่ corridor เราดันสกปรกชนิดที่ถึงขั้นว่า ต้องขอไปกินข้าวที่ครัวอื่นเลยทีเดียว

วันแรกที่มาแล้วทำกับข้าวกินกัน เปิดตู้ใต้อ่างล้างจานที่เป็นที่ใส่ถังขยะมานี่แทบเป็นลม

ทุกตารางนิ้วถูกปกคลุมไปด้วยขยะ ทั้งที่อยู่ในถังและนอกถัง !!

แมลงหวี่บินออกมาเหมือนมันจะดีใจมากที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากกลิ่นเหม็นทรมานใจ

เรากับเพื่อนคนไทยถึงขั้นต้องสบถออกมาเป็นภาษาบ้านเกิดสมัยพ่อขุนรามคำแหงอย่างเต็มเสียง

เพราะคนไทยใจดีเราเลยร่วมลงมือเก็บขยะเอาไปทิ้ง

ไม่น่าเชื่อว่าใต้กองขยะที่หมกๆอยู่จะมีกระดูกหมูที่ถูกแทะแล้ววางทิ้งเกลื่อนกลาดอยู่อย่างเย้ยฟ้าท้าดินไม่มีการปกปิดด้วยถุงพลาสติกหรืออะไรทั้งสิ้น

จากการชันสุตรสถานที่เกิดเหตุเราสันนิษฐานว่าเป็นการทิ้งอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะมันร่วงออกมาอยู่นอกถัง

ภาษาพ่อขุนฯที่เป็นแบบอย่างการอนุรักษ์สัตว์เลื้อยคลานจึงได้ออกมาเผยแพร่ให้ประชาชนชาวต่างชาติที่อยู่นอกครัวได้ยินกันอีกครั้ง

ไม่ต้องใช้สลิง ไม่ต้องมีตัวแสดงแทน ไม่ต้องส่งชิงโชค คุณได้รับสิทธิ์เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานตระกูล monitor lizard ไปเลี้ยงในทันที

อดทนขนย้ายขยะกันอยู่ซักพัก (รู้สึกเหนื่อยว่าย้ายบ้านเจ็ดทีรวมกันอีก..... เหนื่อยใจ)

ตอนเสร็จก็ยังคิดกันอยู่ว่า ต่อไปนี้คนที่นี่คงจะเริ่มสำนึก อย่างน้อยๆก็ทิ้งให้ลงถัง หรือไม่ก็เอาของตัวเองไปทิ้ง (ขอแค่นั้นจริงๆนะ)

แต่พอวันรุ่งขึ้น มันกลับมาอีกครั้งเหมือนปลิงที่เกาะแล้วไม่ยอมทิ้งเราไปไหน แค่เพียงวันเดียว ขยะก็เริ่มกลับมาเต็มตู้เหมือนเดิม

ที่มากกว่านั้นคือเศษอาหารที่เค้าทิ้งๆกันลงไปในอ่างล้างจานตอนทำกับข้าว ไม่ว่าจะเป็นเปลือกมันฝรั่ง เศษเนื้อ หรือเส้นพาสต้า

หนักเข้าก็ทิ้งหม้อ และจานที่ใช้แล้วที่ยังมีเศษอาหารอยู่ คาไว้ที่ข้างๆอ่างล้างจานเลย

สถิติสุงสุดคือสองอาทิตย์และยังคงไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆเพราะมันก็ยังกองอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้

ยังสงสัยอยู่ว่า เค้าจะรอให้ใครมาล้างให้กันเนี่ย

เท่าที่สังเกตุดู corridorนี้ มีเอเชียอยู่สองห้องคือห้องเรากับห้องข้างๆ ที่เป็นคนจีน นอกนั้นเป็นฝรั่งหลายสัญชาติ

แต่ที่เรารู้แน่ๆ ห้องที่ทำสกปรกไม่ใช่ห้องเรากับคนจีน เพราะเราแอบดูเค้าทำกับข้าวอยู่เหมือนกัน 

เราเลยสรุปออกมาได้ว่า ที่บอกว่าชาติตะวันตกเจริญแล้วกว่าชาติเรานั้นไม่จริง

อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ทางด้านวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันกับคนอื่นหล่ะนะ

เราไม่รู้ว่าเค้าทนอยู่กันได้ยังไงโดยไม่มีใครลุกขึ้นมาจัดการปัญหานี้

เรารู้แต่ว่าเราย้ายฐานทัพนักเรียนไทยไปกินข้าวกันที่ครัวอื่นดีกว่า

 

(ตอนชีพจรลงเท้ามีทั้งหมดหกตอนรวมทั้งตอนนี้ด้วย to be continued นะ )


Leave a Comment

05:23 AM, Tuesday 31 October 2006 .. Posted by คิวว์
สกปรกแบบนี้คุณภาพชีวิตของคนพวกนั้นจะดีเหรอพี่

หรือว่าเป็นวิธีทำให้ร่างกายต้านทานเชื้อโรคที่ทางการแพทย์ของเค้าค้นพบใหม่?

ผมจะได้เอาไปใช้มั่ง hahaha

ปล. งั้นอดีตรูมเมทของพี่ที่ล้างมีดและเขียงด้วยน้ำสะอาดก็เป็นคนที่สะอาดมากน่ะสิ :p

05:40 AM, Monday 13 November 2006 .. Posted by meai
เราว่าต่อให้เป็นเพื่อนคนนั้นมันยังบ่นเลยอ่ะ
ดีนะที่นี่ไม่มีรายการทุกข์ชาวบ้าน ไม่งั้นคงมีทีวีมาถ่ายครัวอันนี้ไปออกแน่นอน

{ Last page } { Page 3 of 34 } { Next Page }

About Me

Home
My Profile
Archives
Friends
My Photo Album

Links

my msn space
บลอกน้องคิวว์
เวบ ส้ม (ME)
บลอก นนนี่( สี-สะ-หมอน) (IE)
บลอก พี่โจ (ME)
บลอกพี่ Tose
บลอกเต้อร์
Jip's blog
สเปซโก้ (ขำๆ)
เวบ ส้ม (Thai)

Categories


Recent Entries

Breaking news
ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๒)ย่ำ Stockholm
ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๑)
มันเป็นอย่างไหนกันแน่
ขยันบลอก

Friends

dimple
peter
pong
bigga
murz
akokorov

Calendar

«  October 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 



Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting