Bjork / Meai

มันเป็นอย่างไหนกันแน่

12:26 AM, Sunday 1 October 2006 .. 3 comments .. Link

จะว่าไปชีวิตคนเรานี่ก็ไม่ได้มีอะไรมากเลยเนอะ

โดยเฉพาะเด็กๆอย่างราที่ยังไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมาย

ทุกวันนี้เท่าที่ดูก็รู้สึกได้ว่าสิงรอบตัวที่มีอยู่มันก็ไม่ได้มีเยอะเลย

จากเท่าที่นับๆดูก็มีแค่เรื่อง พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ที่บ้าน, เรื่องเรียน, เรื่องทีซิส, แล้วก็เรื่องเพื่อน...

เนื่องจากเรื่องพ่อแม่พี่น้องก็เป็นที่รู้กันว่าก็รักกันดี แต่ไอ้การที่จะเอามาเขียนในบลอกให้คนอื่นอ่านก็กะไรอยู่

เรื่องเรียนกับเรื่องทีซิสก็เคยพูดๆไปบ้างแล้ว

เรื่องเพื่อนนี่แหละที่ไม่ค่อยได้พูดถึงเท่าไหร่

นึกได้ดังนั้นก็ เลยคิดได้ว่าเอาเรื่องแปลกๆเกี่ยวกับเพื่อนที่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกซักทีมาเขียนในนี้มั่งดีกว่า

...

สงสัยมานานแล้วเกี่ยวกับพฤติกรรมประหลาดของเพื่อนร่วมบ้านชาวต่างชาติ
ทุกวันนี้ตอนเย็นเค้าจะไม่กินข้าวแต่จะกินผลไม้กับโยเกิร์ต เพราะอยากลดน้ำหนัก
ซึ่งอุปกรณ์หลักที่เกี่ยวข้องกับการกินของเพื่อนคนนี้คงจะหนีไม่พ้น
๑.จานใส่ผลไม้ที่ปลอกแล้ว
๒.มีด
๓.เขียง
๔.ถ้วยโยเกิร์ต
๕.ช้อน
ช่วงสมัยที่อยู่ด้วยกันแรกๆเราก็ยังไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
เพิ่งจะมีพักหลังๆนี่แหละ ที่ช่วงเวลาการอยู่ในครัวของเรากับเขาตรงกัน
พฤติกรรมประหลาดที่ว่าเราจะเริ่มจากพฤติกรรมการลดน้ำหนักก่อน
เค้ามีวิธีการลดน้ำหนักที่จัดได้ว่าแปลก
มื้อเช้าจะกินขนมปังไฟเบอร์กรอบประมาณสามแผ่นพร้อมแยมผลไม้และไข่กวน
มื้อกลางวันจะทานแต่ผลไม้
มื้อเย็นจะทานผลไม้ กับโยเกิร์ตผสมมูสลี่(ธัญพืชอบแห้ง)นิดหน่อยกับแซนวิชแฮมชีสอีกหนึ่งคู่และน้ำผลไม้เท่านั้น
ฟังดูทรมาน เราดูมันกินแล้วก็หิวแทน รู้สึกไม่ค่อยมีคุณค่าสารอาหารถูกต้องตามหลักโภชนาการเลยแฮะ

กินอย่างนี้มาสามอาทิตย์แล้ว แต่เท่าที่ถามก็ดูน้ำหนักจะลดลงไปหนึ่งหรือสองกิโลเท่านั้น
มาลองวิเคราะห์กันเล่นๆ
กินอย่างนี้มาสามกับเพื่อนอีกคนว่าอะไรทำให้ไม่ได้ผลเท่าที่ควรทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่ได้กินอะไรเลย
ข้อแรก ที่ว่ากินแต่ผลไม้แล้วไม่อ้วนนั้นผิด: ผลไม้ทั้งหลาย ถึงแม้จะอุดมไปด้วยวิตามินก็เถอะ แต่กินมากๆก็อ้วนอยู่ดีเพราะประกอบด้วยน้ำตาลทั้งนั้น
ข้อสอง กินจุบจิบ: ของที่กินๆเข้าไปเป็นของที่ไม่อยู่ท้องเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารจำพวกแป้งและเนื้ออย่างที่เคยๆกินอยู่ก่อนที่จะเริ่มลดน้ำหนัก เลยทำให้หิวเร็ว แต่พอผ่านไปซักพัก ถ้าพยายามหักห้ามใจหลังจากมื้ออาหารแล้วไม่กินจุบจิบก็จะชินไปเอง แต่เพื่อนเราแอบมากินผลไม้มื้อดึก(สี่ทุ่ม) เสมอๆ กินแล้วซักพักก็ไปนอน
ข้อสาม ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักโภชนาการที่ผิดๆ: จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์แล้วมีอยู่การทดลองนึงพูดถึงวิธีคำนวณพลังงานของเมล็ดถั่วว่ามีกี่แคลลอรี่การทดลองที่ว่าใช้การเผาเมล็ดถั่วและจับเวลา
ยิ่งเผานานกว่าของจะไหม้หมดยิ่งหมายถึงปริมาณพลังงานที่มากขึ้นด้วย ทีนี้ลองนึกสภาพ ของที่เป็นไฟเบอร์อย่างพวกแครอทเมื่อเปรียบเทียบกับถั่ว ของจำพวกเส้นใยยาวย่อมกินเวลาในการเผาไหม้ นานว่าเป็นธรรมดา นั่นย่อมหมายถึงจำนวนแคลลอรี่ต่อหน่วยที่มากกว่าด้วย แต่บางครั้งของพวกนี้เมื่อยู่ในร่างกายเรามันไม่ต้องถูกเผาไหม้จนหมดเพราะร่างกายเราขับพวกกากอาหารออกมาในรูปของของเสีย เปรียบเทียบถั่วกับแครอท ถั่วเป็นอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเส้นใยสั้น ที่เผาผลาญง่ายแต่ก็สะสมในร่างกายได้ง่ายเช่นกัน แครอทเป็นอาหารพวกเส้นใยที่เผาผลาญยากแต่เมื่อเทียบกับถั่ว แครอทอ้วนน้อยกว่า แต่เพื่อนเราจะไม่มองที่จุดนี้แต่จะมองแค่ที่ตัวหน่วยพลังงานที่โชว์อยู่ข้างถุงเท่านั้น แถมยังมาบอกเราด้วยว่าอย่ากินแครอทนะมันอ้วน นี่ๆกินถั่วอ้วนน้อยกว่าพลังงานน้อยกว่า และเป็นอย่างนี้ตลอด ลองนึกดูเล่นๆ สมมติว่าถ้าในน้ำหนักที่เท่ากัน ของมาร์สชอกโกแลตเปรียบเทียบกับแซนวิชไก่งวงที่ใช้ขนมปังโฮลวีทปิ้ง,แฮมไก่งวง(ไม่ค่อยมีขมัน), ผักต่างๆ, และชีสไขมันต่ำอีกหนึ่งแผ่น มาร์สให้พลังงานน้อยกว่าเพื่อนก็จะเลือกกินมาร์สมากกว่าแซนวิชไก่งวง
ข้อสี่ ไม่กินผักสด: ที่สวีเดนจะมีทั้งผักแช่แข็งและผักสดขาย โดยที่ผักแช่แข็งจะถูกกว่า และที่สำคัญหั่นมาพร้อมกิน ช่วยประหยัดเวลาทำกับข้าวอยู่โข แต่จะไปหาประโยชน์จากผักพวกนี้มากไม่ได้หรอกนะ เพราะแน่นอนเลยว่าพวกวิตามินมันเสื่อมสภาพไปหมดแล้วแถม พวกเส้นใยและกากก็กลายสภาพเป็นคาร์โบไฮเดรตไปอีก สรุปผักแช่แข็งนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอ้วนอีกต่างหาก
ข้อห้า ไม่ขยับเขยื้อน: ด้วยนิสัยของเพื่อนเราเป็นคนไม่ค่อยออกกำลังกาย แม้แต่ข้าวมื้อเย็นยังยกเข้าไปกินในห้องนอน (บนเตียง) แล้วดูหนังจากคอมพิวเตอร์ไปด้วย เป็นหลักฐานการนอนอืดอย่างแท้จริง (แล้วมันจะผอมไหมเนี่ย) มีอีกเรื่องนึงที่เคยได้ยินเค้าพูดได้ฟังแล้วก็งง คือถ้านั่งนานก็จะก้นแบน แต่ถ้ายืนนานจะเป็นเซลลูไลท์ (มันไปเอามาจากไหนวะ) เค้าเลยเลือกที่จะนั่งมากกว่าเพราะไม่อยากเป็นเซลลูไลท

วิถีการกินแบบนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้น้ำหนักลดลงเท่าไหร่แล้วยังทำให้หงุดหงิดเพราะโมโหหิวอีกด้วย
นอกจากนี้ยังทำให้เครียดเพราะรู้สึกเหมือนไม่ได้กินอะไร (เป็นผลจากความหิวที่มีอยู่เกือบตลอดเวลา) ทำให้โมโหง่ายอีก
นิสัยแปลกอีกอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆในครัวที่พูดไว้ในตอนแรกคือ พวกจานผลไม้เขียงและมีด เค้าล้างแค่น้ำเปล่าแล้วก็คว่ำเลย ไม่ได้ใช้น้ำยาล้างจานแม้แต่นิดเดียว
มานั่งนึกๆดูคนอื่นเค้าทำอย่างนี้กันรึเปล่าเนี่ย
คิดว่าพวกจานที่เปื้อนแต่ผักผลไม้ทั้งหลาย ล้างแค่น้ำเปล่าก็พอแล้ว
คือตอนนี้ยังคิดอยู่ว่าเค้าสกปรกหรือเราอนามัยจัดกันวะ

 


Leave a Comment

07:42 AM, Wednesday 4 October 2006 .. Posted by คิวว์
ผมว่าพี่น่าจะลองหาโอกาสเหมาะๆชวนเค้าคุยเรื่องนี้แบบเล่นๆ(แต่เอาสาระจริงๆ) ดูบ้างนะครับ

ไม่ก็อัพลงบล็อก เผื่อเค้าจะหลงเข้าไปอ่านบ้าง

อ่อ การเขียนเป็นภาษาไทยเค้าไม่สามารถเข้าใจได้นะคะ :)

ปล. ตอบ : เค้าเป็นคนสกปรกครับ

10:01 AM, Wednesday 4 October 2006 .. Posted by meai
afterall she is still my freind. so i had tried to talk to her about this.
Not just only once too.....
but the problem is that she is a very very stubborn person who thinks her opinion is the best.
She is somewhat like the first rank from the class, so i dont blame her for thinking she is smarter than the others.
It happens when people are over confident in themselves.
all those time that i had tried, i got the same reaction.
the look and the tone of ''who do you think you are? you are not even slim, yourself. ''
so i just let it go.. and mess around my business only..
i am now keeping myself healthy, and hopefully good result will show soon..
and i think that is the best way to make the stubborn people realize the fact i am trying to present.


08:29 AM, Thursday 5 October 2006 .. Posted by คิวว์
เหอะ งั้นก็ปล่อยเขาไปแหละดีแล้วครับ

ปล่อยให้อ้วนและหิวต่อไป 555 ผมใจร้ายไปมั้ยเนี่ย

{ Last page } { Page 4 of 34 } { Next Page }

About Me

Home
My Profile
Archives
Friends
My Photo Album

Links

my msn space
บลอกน้องคิวว์
เวบ ส้ม (ME)
บลอก นนนี่( สี-สะ-หมอน) (IE)
บลอก พี่โจ (ME)
บลอกพี่ Tose
บลอกเต้อร์
Jip's blog
สเปซโก้ (ขำๆ)
เวบ ส้ม (Thai)

Categories


Recent Entries

Breaking news
ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๒)ย่ำ Stockholm
ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๑)
มันเป็นอย่างไหนกันแน่
ขยันบลอก

Friends

dimple
peter
pong
bigga
murz
akokorov

Calendar

«  October 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 



Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting