Bjork / Meai | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
จะกลับแล้วนะ
08:59 PM, Friday 1 September 2006
.. 3 comments
.. Link
วันนี้เพิ่งไปสอบมา โอ๊ยแทบตาย ถามยิบถามย่อย ถามอะไรที่เราไม่คิดว่าจะถาม ที่จริงก็อ่านหมดทั้งเล่มแล้วนะ รอบนี้เป็นรอบที่ห้า ของการอ่าน ทั้งหนังสือ และ summary ที่ทำเอาไว้ ทั้งอันใหม่และอันเก่า เก็งข้อสอบแทบตาย แล้วก็ท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย จำทุกอย่างที่คิดว่าต้องจำแล้ว แต่ดันแอบพลิกลอคแฮะ อะไรที่คิดว่าสำคัญน่าจะถามดันไม่ถามเท่าไหร่ ไปถามเรื่องที่เรามองข้ามซะงั้น หวังว่าสอบคราวนี้คงจะผ่านนะ ไม่อยากสอบวิชานี้อีกแล้ว สองครั้งที่สอบๆๆมาก็เกินพอแล้ว ไม่รู้ว่าเค้าคิดว่าระบบนี้มันวัดอะไรได้นอกจากความจำ จำได้มากแต่ไม่ต้องเข้าใจก็ได้คะแนนมากอยู่ดี แต่อย่างเราเข้าใจแต่จำไม่ได้ก็ซวยไป (อารมณ์คำถามเหมือนให้ชื่อตอนเล็กๆมาแล้วก็ให้เขียนเกี่ยวกับตอนนั้นๆ ซึ่งบางทีไอ้ชื่อตอนพวกนี้นี่ถ้าไม่สังเกตุจริงๆจะไม่รู้เลยว่ามันเป็นอีกตอนนึง ถ้าเค้าให้คีย์เวิร์ดมาแล้วให้อธิบายจะเป็นอะไรที่ง่ายมาก สำหรับเราที่เข้าใจ แต่นี่ไม่ได้ให้อะไรเลย แค่หัวข้อแล้วก็จบ เราก็จบเหมือนกัน... ... แต่เป็นจบเห่)
เมื่อวานเครียดมากเพราะท่องมาหลายวันแต่ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจำไม่ได้ ( พอไปนอนตื่นมาแล้วก็ลืม) เมื่อคืนเลยลงทุนไม่นอนมันซะเลยเพราะกลัวจะลืมอีก พอดีกับที่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดแม่ แทนที่จะได้โทรไปทำให้แม่รื่นเริงบรรเทิงใจกลับกลายเป็นแม่ต้องมาปลอบให้เราหายเครียดซะงั้น แต่ตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะ เวลาสอบจะโทรไปให้แม่อวยพรให้ แล้วเราจะรู้สึกว่าเดี๋ยวต้องทำได้แน่ๆ แม่อวยพรมาแล้ว แต่ว่าตั้งแต่อยู่สวีเดนนี่ยนี่เป็นครั้งแรกที่ได้แม่อวยพรให้อีกรอบ เพราะเวลาไม่ตรงกันเลยไม่ค่อยจะได้โทรเท่าไหร่ บ้านเราดันอยู่ไกลกว่าจะกลับถึงบ้านก็กลายเป็นว่าดึกแล้วที่เมืองไทยทุกทีไป พอไปสอบเจอป้าคุมสอบหน้าเหมือนคุณยายอีก ผมทรงคล้ายๆกัน แล้วก็แก้มยุ้ยๆ ตัวป้อมๆ จากที่ล่กๆอยู่เลยใจชื้นขึ้นมาอีก ยิ่งคุณป้าเอาขนมขึ้นมากินแล้วเคี้ยวแล้วแก้มกระเพื่อมแบบคนแก่ ยิ่งทำให้เหมือนเข้าไปใหญ่ แต่ถึงแม้จะใจชื้นแล้วก็ล่กน้อยลงแต่ก็ไม่ได้ทำให้นึกออกมากขึ้นเท่าไหร่เพราะดันเก็งผิดจุด ตอนนี้เท่าที่ทำได้คงจะเป็นเพียงหาที่บนดีๆ แล้วก็ภาวนาให้สอบผ่านซะทีเถอะ ไม่ขออะไรมากขอแค่ผ่านเองจริงๆนะ คะแนนเก็บส่วนที่เป็นโปรเจคดีพอควรถึงขั้นที่ว่าเอาคะแนนข้อเขียนแค่พอผ่านคาบเส้นก็ได้สี่แล้ว ( เกรดที่นี่เป็น ไม่ผ่าน, สาม, สี่, แล้วก็ห้า แต่ได้สี่ก็หรูแล้วเพราะห้านี่ต้องเจ๋งจริงๆ) ถึงบอกไงว่าข้อเขียนความจำมันวัดอะไรได้นี่) หลังจากสอบเสร็จก็กลับไปที่บ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ก่อนที่จะย้ายออกมาอยู่บ้านเพื่อนเมื่อตอนช่วงปิดเทอมเพราะหมดสัญญา กลับไปดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ พร้อมทั้งกลับไปเยี่ยม น้าโยเซฟิน
...
น้าโยเซฟินเป็นเพื่อนบ้านใจดีที่ชอบแวะเข้ามาคุยที่บ้านเราบ่อยๆ ผิดกับสวีดดิชคนอื่นๆที่ทักแล้วก็จบทั้งๆที่บ้านอยู่ใกล้เรากว่าน้าโยเซฟินอีก น้าโยเซฟินกับอาแพททริก แฟนของน้าชอบเมืองไทยมากๆ คิดจะย้ายไปอยู่ด้วยซ้ำ แต่เค้าบอกว่าต้องเก็บเงินมากกว่านี้ก่อนเพราะน้าเค้าเป็นพยาบาล อาแพททิรกเป็นผู้กำกับละครเวที ไปอยู่เมืองไทยคงหางานยาก เค้าเคยขอให้เราไปทำกับข้าวไทยให้กินด้วย ที่บ้านเค้าเมื่อนานมาแล้ว ทำข้าวผัดสับประรด เนื้อผัดน้ำมันหอย แล้วก็มัสมั่นไก่ ให้เค้ากิน... ติดใจกันยกใหญ่ วันนี้ไหนๆก็แวะไปดูบ้านแล้วเลยแวะเอาสูตรอาหารที่ตั้งใจจะให้เค้ามาตั้งนานแล้วไปให้เค้าได้ซะที ได้คุยกันซักพักแล้วพอน้าเค้ารู้ว่าเราย้ายไปอยู่อีกเมืองนึกแล้วแถมยังไม่คิดอยู่สวีเดนหลังเรียนต่ออีก น้าเค้าก็เกิดน้ำตาซึมขึ้นมา เราเองก็ใจหายเหมือนกัน คนเคยคุยกันเกือบทุกวัน อยู่ดีๆก็ต้องมาบอกลากันล่วงหน้า แถมน้าเค้ายังเคยช่วยเราในหลายๆเรื่องอีก (เคยขับรถไปส่งโรงเรียนด้วยช่วงที่เราย้ายมาอยู่ใหม่ๆแล้วเจอน้าเค้ากลางทางที่จะเดินไปถึงป้ายรถเมล์แล้วคุยกันเพลินตกรถ น้าเค้าเลยขับรถไปส่ง ทั้งๆที่บ้านก็อยู่ไกลโรงเรียนจะตาย) พอเจอน้าเค้าน้ำตาซึมแล้วเราก็ใจเสียเลย รู้สึกแย่เหมือนกัน แต่หลังจากออกมาจากบ้านนั้นก็เข้าเมืองมาเพื่อที่จะมากินข้าวกับเพื่อนๆก่อนที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตตกระกำลำบาก ที่อีกเมืองนึงวันพรุ่งนี้ วันนี้เลยมีแต่ต้องร่ำลากับผู้คนมากมาย ทำให้เรารู้สึกว่า บางครั้งที่เราเหมือนจะไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายเมื่อมีบางสิ่งอยู่ทุกวัน พอวันที่จะต้องห่างกันมันก็ทำให้เราใจหายได้มากเหมือนกัน โดยเฉพาะการที่ได้กลับมาเจอเพื่อน ได้กลับมา hangout ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนตอนที่ทุกคนว่างๆกันอยู่ ได้คุยกันสบายๆ สนุกสนาน ได้หยอกล้อกัน กวนตรีนกันเล่น ได้กลับมามีชีวิตที่เราเคยชิน มันทำให้เราอยากจะงอแงไม่อยากกลับไปเมืองนั้นอีกแล้ว เพื่อนทุกคนที่ทำทีซิสด้วยกันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่อยากกลับ" แล้วตอนที่ลากัน ทุกคนก็จะบอกว่า "อีกหนึ่งเดือนเจอกันใหม่นะ" แล้วก็สลดตามกันไปเป็นแถบๆ ก็หนึ่งเดือนที่อยู่กันอย่างไม่มีความสุขนี่มันนานมากกว่าหนึ่งเดือนปกติมากเลยนะ บลอกนี้ก็เหมือนกันวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอัพก่อนต้องกลับไปใช้ชีวิตที่พิมพ์ไทยไม่ได้ ก็คงต้องบอกเหมือนกับทีบอกทุกคนเหมือนกันว่าอีกหนึ่งเดือนเจอกันใหม่นะ ถึงตอนนั้นคงรู้แล้วด้วยว่าสอบผ่านหรือเปล่า Leave a Comment
{ Last page } { Page 9 of 34 } { Next Page } |
About MeMy Profile Archives Friends My Photo Album Linksmy msn spaceบลอกน้องคิวว์ เวบ ส้ม (ME) บลอก นนนี่( สี-สะ-หมอน) (IE) บลอก พี่โจ (ME) บลอกพี่ Tose บลอกเต้อร์ Jip's blog สเปซโก้ (ขำๆ) เวบ ส้ม (Thai) CategoriesRecent EntriesBreaking newsชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๒)ย่ำ Stockholm ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๑) มันเป็นอย่างไหนกันแน่ ขยันบลอก Friendsdimplepeter pong bigga murz akokorov Calendar
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||