Bjork / Meai

ความฝัน..........ที่ต้องเป็นจริง

08:34 PM, Tuesday 29 August 2006 .. 10 comments .. Link

สืบเนื่องจากเรื่องในบลอกที่ยี่สิบสี่

ที่บอกว่าในชีวิตมีเรื่องที่อยากทำมากมาย

หลังจากเขียนบลอกนั้นก็มานั่งนึกๆดูว่า เรื่องที่อยากทำมากที่สุดในชีวิตคืออะไร

นั่งคิดอยู่นาน เนื่องจากความที่เราค่อนข้างโลภอยากทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด

แต่หลังจากที่ตัดตัวเลือกเรื่องไร้สาระ(ที่มีอยู่ค่อนข้างมาก)ออกไป ก็ได้เรื่องที่อยากทำมากที่สุดอยู่เรื่องนึงที่คิดมานานแล้วว่าต้องทำให้ได้

นั่นคือต้องประสบความสำเร็จในชีวิต พูดอีกอย่างคือมีชีวิตที่มีความสุข แต่ที่สำคัญคือ

ต้องรวย!!

อย่าเพิ่งงงว่าแล้วมันจะต่างกับที่คนอื่นอยากได้ตรงไหน ใครๆก็อยากรวยอยากประสบความสำเร็จทั้งนั้น

เรื่องนี้มันมีที่มา...

ตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกเสมอว่าเราโชคดี อยากได้อะไร อยากทำอะไร พ่อกับแม่ถึงจะไม่ได้ตามใจจนเหลิง แต่ก็มักจะให้สิ่งนั้นกับเราเรื่อย

(แต่แทบจะทุกครั้งจะต้องแลกด้วยบทเรียน ที่ไม่ให้เรารู้สึกว่าสิ่งต่างๆมันจะต้องได้มาง่ายๆ )

และสิ่งที่ดีที่สุดที่เค้าให้กับเราคือการศึกษา อยากเรียนสูงแค่ไหนเค้าก็บอกว่าจะส่ง

(แต่จะแถมท้ายด้วยประโยคที่ว่าให้จบไวๆ พ่อแก่แล้วเหนื่อย อยากได้คนมาช่วยทำงาน)

อ่านถึงตรงนี้หลายๆคนอาจจะคิดเออแล้วไงวะ ไม่เห็นจะแปลกเลย

มันจะไม่แปลก ถ้าวันนั้นเราไม่มีโอกาสได้คุยกับเด็กตัวเล็กๆที่ขายพวงมาลัยตามสี่แยกแถวบ้าน

เรื่องมันเกิดตอนประมาณสี่ทุ่มกว่าแถวแยกลาดพร้าว-รัชดาฯ ที่เป็นที่รู้กันของคนแถวนั้นว่าติดไฟแดงทีอ่านหนังสือเรียนจบเป็นบท

วันนั้นเป็นวันศุกร์เรียนเสร็จก็กลับบ้านเพราะนัดคุณยายไว้ 

ตอนช่วงที่รถติดมีน้องตัวเล็กๆตาดำๆ มาพยายามขายพวงมาลัย แต่ตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่ สี่สิบบาท

ในมือน้องมีพวงมาลัยประมาณเจ็ดพวง พวงละยี่สิบบาท

เรียกน้องมาบอกขอซื้อพวงนึงอีกยี่สิบให้น้องไปกินขนม

(เพราะเห็นแล้วก็สงสาร นึกถึงตอนเราเด็กๆแม่ไล่ไปนอนตั้งแต่การ์ตูนหลังข่าวจบ แต่นี่สี่ทุ่มกว่าน้องยังต้องขายพวงมาลัยอยู่เลย)

น้องบอกว่าไม่อยากได้เงินกินขนมหรอก อยากให้เราเหมาพวงมาลัยเค้ามากกว่าเพราะเค้าง่วงแล้วอยากกลับไปนอน

หลังจากที่บอกน้องไปว่าทั้งเนื้อมั้งตัวมีอยู่แค่สี่สิบ น้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้เราซื้อ บอกว่าถ้าขายไม่หมดแล้วกลับบ้านไปจะโดน"เค้า"ตี

เมื่อเห็นเราไม่ซื้อแน่แล้ว น้องเค้าบอกว่า

 "ผมยกให้พี่หมดเลยก็ได้เดี๋ยวผมจ่ายเอง"

แล้วก็ยัดพวงมาลัยทั้งหมดเค้ามาในรถ

เราถามกลับไปว่า "แน่ใจเหรอว่ามีเงินพอจ่ายทั้งห้าพวง(เอาของเราไปแล้วสี่สิบเท่ากับสองพวง) เงินไม่พอจ่ายระวังโดน"เค้า"ว่าเอานะ"

ตอนแรกน้องยังยืนยันว่าจะกลับบ้านพร้อมทั้งทำน้าจะร้องไห้ พยายามยัดเยียดให้เราช่วยเอาพวงมาลัยไปทั้งหมด

แต่หลังจากที่เรายังยืนยันบอกว่าให้คิดดีๆ น้องทำท่านับนิ้วแล้วทำตาโต แล้วบอกว่า"จริงด้วยผมเงินไม่พอ!!" แล้วยิ่งทำหน้าสลดหนักเข้าไปอีก

จากนั้นก็เดินคอตกไปขายคันอื่นต่อ

เราไม่รู้ว่าเป็นมารยาหรือละครที่เด็กขายพวงมาลัยใช้มาเป็นอุปกรณ์ให้เราสงสารแล้วจะได้เหมาของเค้ารึเปล่า เราไม่รู้ว่าไอ้"เค้า"ที่ว่าเนี่ยมันเป็นใคร

(แต่น้องยืนยันให้พวงมาลัยเราสองพวงแทนที่จะเก็บยี่สิบบาทไว้กินขนมเอง)

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาตอนเด็กๆ ว่าเด็กตามชนบทห่างไกลไม่ไปโรงเรียนเพราะไม่มีชุดนักเรียน

เด็กแถวโรงงานของพ่อหลายคนไม่ได้ไปโรงเรียนทั้งๆที่ทุกวันนี้เด็กเรียนฟรีถึงชั้นมัธยม แต่เพราะบ้านจนเลยต้องไปทำงานรับจ้างแทน

เลยมานั่งคิดๆดูว่าถ้าเรารวย เราจะเอาเงินไปช่วยให้เค้าได้มีโอกาสไปโรงเรียน

ด้วยเหตุนี้เลยทำให้เกิดอยากรวยขึ้นมาจริงๆ

(ที่บอกว่าต้องรวย เพราะถ้ายิ่งมีเงินมากก็ยิ่งช่วยได้มาก )

เคยแต่คุยเล่นๆกับเพื่อนๆไว้ว่า ถ้าโตไปมีเงินเหลือพอที่จะเอาไปช่วยเด็กๆได้เราจะไปช่วยเด็กๆกัน

แต่ตอนนั้นเป็นแค่การคุยเล่นๆเพราะเราก็มีเรื่องอื่นต้องคิดเต็มไปหมด เรื่องที่คุยกันจึงเป็นการพูดกันเพียงครั้งนั้นครั้งเดียวแล้วก็จบ

แต่ไหนๆก็ได้กลับมานั่งนึกอีกครั้งแล้วก็คิดว่ายังไงก็จะต้องทำให้ได้แน่ๆ แล้วไหนๆก็เอามาเขียนในนี้แล้ว ก็โฆษณาไว้เลยละกัน

ใครอยากจะร่วมขบวนการบอกเราได้ถึงเวลาจะได้ตามตัวถูก (ฮา)

แล้วเริ่มหยอดกระปุกรอไว้เลยก็ดีนะ ปัจจัยพร้อมเร็วเท่าไหร่เราก็ยิ่งได้เริ่มกันเร็วเท่านั้น

ว่าแต่มันจะมีกี่คนกันเชียวที่เข้ามาอ่านบลอกเราฟะนี่

 

 


Leave a Comment

03:51 AM, Wednesday 30 August 2006 .. Posted by คิวว์
อ่านบล็อกพี่แล้วเห็นรูรั้วรอยใหญ่

รูรั้วนั้นคือ เมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่า "รวย"

และมีวิธีการยังไงถึงจะไปถึงจุดที่เรียกว่า "รวย"

กว่าจะต้องฝันฝ่าไปให้ถึงเป้าหมาย ผมกลัวว่าทัศนะคติของพี่จะเปลี่ยนไป...

ปล่าวเลย ผมไม่ได้ดูถูกความตั้งใจจริงของพี่เมี้ยะ หากแต่การอยู่ใกล้ชิดชีวิตเจ้านายผม(ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทกว่าร้อยบริษัท)ทำให้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่หล่อหลอม "คนที่เคยอยากรวย" มาก่อนให้เปลี่ยนไป

แน่นอนว่าจุดประสงค์หนึ่งของเจ้านายผมที่อยากรวยคือ อยากทำบุญได้เท่าที่ต้องการ คล้ายๆกับความคิดของพี่

แต่เอาเข้าจริง เมื่อมาถึงจุดที่เรียกว่า "รวย"

บาง สิ่ง บาง อย่าง ก็เปลี่ยนไป....

เปลี่ยนไป....

......

.....

ผมกลัวว่า เมื่อพี่ไปถึงจุดนั้น ความเปลี่ยนแปลงที่ว่าจะหล่อหลอมพี่ให้เปลี่ยนไปเช่นกัน...

..

..


เวลา ของพี่ ก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง

เพราะพี่จะไม่มีเวลาพอ...

ไม่มีเวลาพอ ไม่มีเวลาพอ ไม่มีเวลาพอ ไม่มีเวลาพอ ไม่มีเวลาอย่างเพียงพอ .... พอที่จะทำบุญ

สู้เราไม่หวังรวย เพียงแค่หวังพอกิน สามารถซื้อของได้ตามที่จำเป็น ตามความอยาก ความต้องการ และเหลือเงินส่วนที่จะบริจาคให้คนอื่นได้ (แม้จะไม่มากมายเท่าไหร่นัก)

เงินจำนวนน้อย แต่บริจาคบ่อยๆ ด้วยแรงตั้งใจของ คน หลาย คน ...

ผมว่าแบบนั้นคงดี....

08:12 PM, Wednesday 30 August 2006 .. Posted by meai
เมื่อเราอยู่ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ (เท่าที่คิดไว้คือ ตอนเริ่มงานเรื่องต่างๆน่าจะยังไม่ลงตัวเท่าไหร่เลยอาจจะต้องพึ่งอยู่บ้าง) มายถึงว่าเรามีเงินมากพอที่จะสามารถทำบุญได้โดยไม่ต้องเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น (แต่ใครจะร่วมบริจาคเราก็ยินดี ^ ^ )
ไม่ได้หมายความว่าต้องรอให้เป็นเศรษฐีมีเงินหลายล้านก่อนแล้วถึงค่อยเริ่มบริจาคนะจ๊ะ
แต่ที่อยากรวยมากๆแบบที่เขียนในบลอกเพราะถ้าเรารวยมากเราก็บริจาคได้มากไง แค่นั้นแหละ
เคยคุยกับแม่ไว้เหมือนกันเรื่องนี้เพราะแม่ก็ช่วยเด็กอยู่หลายคน แต่เราแค่อยากจะทำให้มันจริงจังอ่ะ อยากให้มันขยายวงกว้างๆ เพื่อที่จะช่วยได้มากขึ้น
เรื่องรวยแล้วจะได้ช่วยได้มากขึ้นเป็นแค่เป้าหมายอ่ะ แต่อย่างที่บอกอ่ะนะ ว่ากว่าจะไปถึงเป้าหมายก็ช่วยไปเรื่อยๆเหมือนอย่างที่น้องคิวว์พูดแหละ ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ หาเงินมาช่วยได้มากขึ้นก็เหมือนขยับเข้าใกล้เป้าหมายได้ใกล้ขึ้น


02:46 AM, Thursday 31 August 2006 .. Posted by คิวว์
สมัยเด็กๆ ประมาณประถม ผมเคยคิดแบบพี่นะ

อยากรวยเยอะๆจะได้บริจาคเยอะๆ

เคยคิดว่าถ้ารวยจะบริจาคให้ขอทานทุกคนที่เจออย่างน้อยคนละ 1000

แต่ตอนนี้ผมองว่า สมัยเด็กๆผมคงคิดตื้นไป (ไม่ได้ว่าพี่เมี้ยนะครับ อย่าเข้าใจผิด)

วินาทีนี้ผมมองว่า การบริจาคเป็นการช่วยเหลือที่ช่วยคนได้น้อยที่สุด

ตอนนี้คิดอยากพาพวกคนเร่ร่อน(ที่เร่ร่อนเพราะจนจริงๆ) ไปหาที่พักให้ แล้วพาไปสมัครงาน โดยระยะแรกผมจะออกค่าใช้จ่ายให้ก่อน แล้วหาทางให้เค้าสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

ไม่รู้ว่าผมจะได้เริ่มโครงการแบบนี้เมื่อไหร่

ได้ข่าวว่าวันนี้ผมลาออกจากงาน กลายเป็นคนตกงาน

เงินก็ไม่กล้าขอที่บ้านใช้ซะด้วยสิเพราะจบแล้ว

แถมยังไปสร้างค่านิยมให้ที่บ้านด้วยการไม่ขอเงินที่บ้านใช้ตั้งแต่ปี4 เฮ้อ ตกลงว่าที่ทำไปนี่คิดถูกหรือคิดผิดนี่

...
...


ว่าจะเปิดร้านเล็กๆซักร้าน ถ้าเจ๊งบ๊งขึ้นมานี่ล่มจมเลยนะเนี่ย ยิ่งหยิ่งไม่ขอตังค์ใครใช้อยู่ กรรม - -'

ปล. ว่างๆไปทำบุญกันพี่ (ที่ไหนดี?)







06:51 AM, Thursday 31 August 2006 .. Posted by P'Joe ME
เราว่าการที่เราจะรวย หรือไม่รวยก็คงขึ้นอยู่กับตัวเราเองจริงๆแหล่ะ.. เน๊อะ.. เราพอใจที่มีแค่นี้.. ก็เท่ากะเรารวยแล้ว.. แต่ต่อไปเริ่มสร้างครอบครัวเราต้องมีภาระเพิ่มขึ้น.. ถ้าเราได้เงินเดือนเท่าเดิมก็เท่ากับว่าเราจน.. ถูกมะ?.. เพราะหาเงินมาได้น้อยกว่าที่ต้องใช้.. ความรวยความจนแบบวัตถุนิยมมันก็เป็นปัญหาโลกแตกอย่างนี้ไปเรื่อยๆอ่ะนะ..
แต่เราคิดอย่างนี้นะ.. เราคิดว่าตัววัดความรวยคือต้องวันที่ความสุขมากกว่า.. เพราะต่อให้มีฐานะ.. รวยแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีความสุข.. เน๊อะว่ามะ??..
สมมติ เราเป็นเด็กพเนจรข้างถนน.. มีเงินน้อยเดินขายพวงมาลัยตามสี่แยก.. ไม่ค่อยมีตังค์กินข้าว.. ปัญหาเราก็ไม่ได้เยอะไม่มีเรื่องต้องปวดหัว.. ความสุขของเราอาจจะเป็นการที่เราได้กินข้าวหมูแดงร้อนๆซักอาทิตย์ละ 1 ครั้ง.. แต่มาลองคิดถึงนายกดิ.. รวยโคตรๆจะซื้ออะไรก็ได้.. แต่ต้องโดนคนมากมายมารุมทึ้งจับผิด จะเอาชีวิตก็มี.. แล้วเราจะรวยไปทำไมอ่ะ??.. ใช่ป่ะ?? ยกตัวอย่างเล่นๆนะไม่ได้มีประเด็น.. ไปดีกว่าเด๋วติดคุก.. อิอิ

09:44 AM, Thursday 31 August 2006 .. Posted by ส้ม
เมี๊ยะ--- (นึกซะว่า ลากเสียงยาวๆ)

blog เมี๊ยะมันอ่านยากอ่ะ
ขอสารภาพว่ายังไม่ได้อ่านของที่ตั้งแต่เมี๊ยะพิมพ์ไทยไม่ได้

ข้ออ้าง: อ่านหนังสือสอบอยู่ เจอตัวหนังสือลายๆตา พื้นหลังหลายๆสี แล้วมึนยิ่งขึ้น เลยขอแปะไว้ก่อน

แล้วจะแวะมาใหม่นะ
ขอให้โชค A กะการสอบ
(ท่องไว้ ท่องไว้: "อ่านเพื่อให้เทอมหน้าไม่ต้องอ่านอีกแล้ว" 5555X

ปล. ที่นี่ให้เปลี่ยน theme แก้ code เองได้ไหม? อยากช่วย

11:17 PM, Thursday 31 August 2006 .. Posted by meai
ส้ม: แก้ได้ แก้ให้แล้วนะจ๊ะ คือว่าไอ้รูปหลุมศพเนี่ยเราเอามาลงเองแหละ มันอ่านยากจริงๆนั่นแหละ แต่ด้วยความชอบส่วนตัวเลยไม่เอาออก แต่เพื่อส้มเมียะจัดให้ แต่เอาแค่นี้ไปก่อนนะ ถ้าจะให้สวยๆก็ต้องรอไปก่อน ตอนนี้สอบอยู่ อีกอย่างทำไม่เก่งด้วย แต่จริงๆก็หาเรื่องเล่นอยู่เหมือนกัน ขี้เกียจ"ท่อง"หนังสืออ่ะ เยอะชิบเป๋ง สอบพรุ่งนี้แล้ว ตายแน่ๆ แล้วเดี๋ยวว่างๆจะส่งโค๊ดไปให้ส้มเล่นบ้างละกันนะ (รอสอบเสร็จก่อนเหอะ )
น้องคิวว์: เห็นด้วยว่าการให้เงินไม่ใช่ทางออกที่ดี เราไม่ได้บริจาคแบบให้เปล่านี่ เห็นออกบ่อยเงินค่าหนังสือลูกไปลงขวดเหล้าพ่ออ่ะ เรืองแบบนี้ถ้าให้ไปแล้วต้องรู้ด้วยว่าเค้าได้อย่างที่เราตั้งใจจะให้จริงๆ อย่างน้อยๆเด็กๆก็ต้องเอาเกรดมาให้เราดูว่าเค้าตั้งใจเรียนจริง (คือไม่จำเป็นต้องเรียนดีอยู่ก่อนเราถึงจะช่วยแต่อย่างน้อยต้องให้เห็นว่าเค้าตั้งใจจริง)
ส่วนเรื่องชวนไปทำบุญ เมียะจะกลับบ้านต้นปีหน้า จัดโปรแกรมรอไว้ได้เลย อยู่นี่ไม่ได้ทำบุญเลยอ่ะ อยากทำบุญ เคยมีวัดแต่เค้าก็ยุบวัดไปแล้วเพราะวัดดันไปอยู่ในแหล่งอุตสาหกรรมแล้วแถววัดดันเป็นอู่พ่นสีรถ แล้วพวกสารเคมีทำให้พระไม่สบาย ไอ้จะไปบริจาคเงินหรือช่วยเหลือใครที่นี่ก็เป็นประเทศร่ำรวย ( เราก็รับบริจาคจากเค้าผ่านการเรียนฟรีอยู่เนี่ย)
พี่โจ: โหลๆ ไม่ได้คุยกันนานแล้วเนอะ คิดถึ้งคิดถึง สบายดีป่าวเนี่ย ว่าแต่ว่าพี่โจลากเค้าไปเกี่ยวกับนายกได้ไงเนี่ย

02:23 PM, Friday 1 September 2006 .. Posted by คิวว์
อ่านง่ายขึ้นเยอะเลยพี่ ฮี่ๆๆ



08:55 PM, Friday 1 September 2006 .. Posted by meai
โดยส่วนตัวแล้วปกติ เวลาอ่านคอมเทนท์จะใช้ cursor ลากทับเอา จะช่วยลดความลายตาได้มากทีเดียว ไม่รู้มีใครทำเหมือนเราปล่าว แต่ตอนนี้ก็คงไม่จำเป็นแล้วมั้ง

03:28 PM, Saturday 2 September 2006 .. Posted by ส้ม
เวลาส้มอ่าน ส้มก็ต้อง hilight หมดเหมือนกัน หุหุ
ขอบคุณมากๆที่เปลี่ยน อ่านสบายขึ้นเยอะ
โค้ดนะ ส่งมาเถอะ ถ้าไม่ลำบากเมียะน่ะนะ
ส้มกำลังอยากหาอะไรทำ อ่าน --- ขอโทษ, "ท่อง" --- หนังสืออย่างเดียว ชีวิตไม่มีความสุข

อืมคิดอีกที ส้มสมัคร Blogka ละกัน เอาไว้เล่น

12:43 PM, Monday 4 September 2006 .. Posted by Anonymous
ทุกวันนี้พกของกินติดกระเป๋าเยอะเลยว่ะ เอาไว้แจกคนจรจัดยากไร้แถวนี้ น่าสงสารอะ ให้ตังค์ก็กลัวซื้อข้าวไม่พอ จะพาไปกินข้าว มันก็ไม่ใช่เมืองไทย มันแพง ตัวชั้นเองยังนานๆกินนอกบ้านที จริงๆไม่รวยก็ช่วยคนอื่นได้ มีคนอีกตั้งหลายแบบให้เราช่วย เดี๋ยวกลับไทยแล้ว ชั้นจะไปสอนหนังสือที่โรงเรียนคนตาบอด มีทั้งสอนหนังสือ ทั้งอ่านนิทานหรือความรู้ทางวิชาการอัดใส่เทป เอาไว้ให้เค้าเปิดฟัง แกไปกะชั้นมะ ไปเหอะ เราเพื่อนกัน

{ Last page } { Page 10 of 34 } { Next Page }

About Me

Home
My Profile
Archives
Friends
My Photo Album

Links

my msn space
บลอกน้องคิวว์
เวบ ส้ม (ME)
บลอก นนนี่( สี-สะ-หมอน) (IE)
บลอก พี่โจ (ME)
บลอกพี่ Tose
บลอกเต้อร์
Jip's blog
สเปซโก้ (ขำๆ)
เวบ ส้ม (Thai)

Categories


Recent Entries

Breaking news
ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๒)ย่ำ Stockholm
ชีพจรลงเท้า (ตอนที่ ๑)
มันเป็นอย่างไหนกันแน่
ขยันบลอก

Friends

dimple
peter
pong
bigga
murz
akokorov

Calendar

«  November 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930



Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting